ผู้เขียน หัวข้อ: ถังดับเพลิง มีขนาด 2ปอนด์, 5ปอนด์, 10ปอนด์, 15ปอนด์, 20ปอนด์, 50ปอนด์ 110ปอนด์  (อ่าน 11 ครั้ง)

getuppost11

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1818
    • ดูรายละเอียด
ถังดับเพลิงมี 5 สี ได้แก่ ถังดับเพลิงสีแดง สีเขียว สีฟ้า สีเงิน และสีเหลือง โดยแต่ละสีมีคุณสมบัติ ดังนี้

ถังดับเพลิงสีแดง พบได้ทั่วไปตามอาคาร บ้านพัก และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

ถังดับเพลิงมีขนาด โดยมีตั้งแต่ขนาด 2 ปอนด์, 5 ปอนด์, 10 ปอนด์, 15 ปอนด์, 20 ปอนด์, 50 ปอนด์ และ 110 ปอนด์ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่และการใช้งาน

ถังดับเพลิงสีแดง คือ ถังดับเพลิงผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) และ ถังดับเพลิงคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ซึ่งถังดับเพลิงทั้งสองประเภทนี้มีคุณสมบัติในการดับเพลิงและสถานที่ใช้งานแตกต่างกันเป็นถังดับเพลิงที่ได้รับความนิยมใช้กันมากเหมาะสำหรับติดตั้งทั่วไปทั้งภายในและภายนอกอาคาร

ถังดับเพลิงสีเขียว ชนิดน้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคาร ห้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเมื่อฉีดออกมาสารเคมีจะระเหยไปในอากาศจะไม่ทิ้งคราบตกค้าง ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาด และที่สำคัญถังดับเพลิงสีเขียวไม่ส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้งาน

ถังดับเพลิงสีน้ำเงินหรือสีฟ้า ถังดับเพลิงสูตรน้ำ หรือถังดับเพลิงชนิดละอองน้ำแรงดันต่ำ เหมาะสำหรับติดตั้งภายในบ้านพัก อาคารสำนักงาน

ถังดับเพลิงสีเงิน เป็นถังดับเพลิงชนิดโฟม ตัวถังจะเป็นสแตนเลส ภายในถังบรรจุน้ำที่เป็นส่วนประกอบหลัก AR-AFFF เหมาะสำหรับติดตั้งภายในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง และสารระเหยติดไฟและปั๊มน้ำมัน ข้อควรระวังของถังดับเพลิงชนิดโฟม คือ ไม่สามารถใช้กับเพลิงไหม้ประเภท C ได้ เพราะโฟมเป็นสื่อกลางในการนำไฟฟ้า

ถังดับเพลิงสีขาว ถังดับเพลิงที่บรรจุสารดับเพลิง Potassium Acetate เหมาะสำหรับติดตั้งในร้านอาหาร โรงอาหาร ห้องครัว

ถังดับเพลิงแบ่งตามการใช้งาน แบ่งออกได้ 5 ประเภท ตามลักษณะสาเหตุของการเกิดเพลิง นั่นคือเพลิง class A, class B, class C, class D และ class K

เพลิงไหม้ประเภท class A เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดาที่ติดไฟง่ายหรือของแข็งที่สามารถพบได้ทั่วไปตามอาคาร ที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า เช่น ไม้ ผ้า ขยะ พลาสติก กระดาษ เป็นต้น ซึ่งเพลิงประเภท A สามารถดับได้ด้วยน้ำเปล่า

เพลิงไหม้ประเภท class B เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวที่สามารถติดไฟ และก๊าซที่สามารถติดไฟได้  โดยของเหลวที่สามารถติดไฟมักมีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด ที่สามารถพบได้ตามปั๊มน้ำมัน หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และโรงงานที่ผลิตสีบางชนิด โดยเพลิงประเภท B สามารถดับได้ด้วยการตัดออกซิเจนในอากาศ

เพลิงไหม้ประเภท class C เกิดขึ้นมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดความร้อนสูง หากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดอาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าจัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้ โดยเพลิงไหม้ประเภท C จำเป็นต้องตัดระบบไฟฟ้าก่อนทำการดับเพลิงทุกครั้ง

เพลิงไหม้ประเภท class D เกิดขึ้นจากจากโลหะที่สามารถติดไฟได้ ที่สามารถพบได้ตามห้องปฏิบัติการ ห้องทดลอง และโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโลหะ เช่น Titanium, Aluminum, Potassium และ Magnesium เป็นต้น โดยเพลิงประเภท D ไม่สามารถดับเพลิงได้ด้วยน้ำเปล่า     

เพลิงไหม้ประเภท K  เกิดขึ้นมาจากน้ำมันที่ใช้ในครัว ไขมันสัตว์ ของเหลวที่ใช้ประกอบอาหาร สามารถพบได้ตามห้องครัว ร้านอาหาร หรือห้องอาหารตามโรงแรม เป็นต้น
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
 
คุณ โชคชัย 083-068-7297
 
บริษัท ไฟร์ โฟกัส เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด
 
18/2 ถนนอ่อนนุช 61 แยก 2-5 แขวงประเวศ
 
เขตประเวศ กรุงเทพ 10250

 
Tel: 098-616-9000
 
Tel: 087-0095240
 
Tel: 02-322-1755-58
 
Tel: 02-322-1755
 
Fax: 02-3221759

ถังดับเพลิงอ่านเพิ่มเติม www.firepump-firepump.com





getuppost11

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1818
    • ดูรายละเอียด
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้

getuppost11

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1818
    • ดูรายละเอียด
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้