การให้อาหารสายยางมีกี่แบบ สำหรับคนดูแลผู้สูงอายุในบ้านสำหรับผู้ดูแลที่ต้องดูแลผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน การให้อาหารทางสายยางหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ ตามลักษณะของเครื่องมือ วิธีการปล่อยอาหาร และความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งทั้งสองแบบนี้บ้านสามารถทำเองที่บ้านได้ไม่ยากหากเข้าใจหลักการค่ะ
ขอสรุปข้อแตกต่างและวิธีเลือกใช้ของทั้ง 2 แบบมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้นะคะ:
1. แบบใช้กระบอกฉีดยา (Intermittent Bolus Feeding)
วิธีนี้คือการใช้กระบอกให้อาหาร (Syringe ขนาด 50 ซีซี) ต่อเข้ากับปลายสายยางของผู้สูงอายุ แล้วค่อยๆ เทอาหารใส่กระบอกเพื่อให้ไหลลงสู่กระเพาะอาหารตามแรงโน้มถ่วง หรือใช้ลูกสูบดันเบาๆ เป็นมื้อๆ ไปค่ะ
ลักษณะการให้: ให้เป็นมื้อๆ เหมือนคนปกติทานข้าว (วันละ 4-5 มื้อ) แต่ละมื้อจะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที
ข้อดี: อุปกรณ์น้อย ไม่ซับซ้อน ประหยัดค่าใช้จ่าย และผู้สูงอายุมีเวลาว่างระหว่างมื้อในการทำกิจกรรมอื่นๆ หรือพลิกตัวได้สะดวก
ข้อควรระวัง: ผู้ดูแลต้องควบคุมความเร็วให้ดี ห้ามดันอาหารแรงหรือเร็วเกินไป เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุแน่นท้อง ท้องอืด หรือเสี่ยงต่อการอาเจียนและสำลักได้ง่ายค่ะ
เหมาะสำหรับ: ผู้สูงอายุที่ระบบการย่อยอาหารยังทำงานได้ดี กระเพาะอาหารสามารถรองรับปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้ตามปกติ
2. แบบหยดช้าๆ ด้วยถุงให้อาหาร (Drip Feeding / Continuous Feeding)
วิธีนี้จะคล้ายกับการให้สายน้ำเกลือค่ะ โดยจะเทอาหารใส่ในถุงสำหรับให้อาหาร (Enteral Nutrition Bag) แล้วต่อสายต่อที่มีตัวรอกปรับความเร็ว ปล่อยให้อาหารค่อยๆ หยดลงไปตามสายอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง
ลักษณะการให้: ปล่อยให้หยดช้าๆ ไปเรื่อยๆ อาจจะให้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงในมื้อใหญ่ หรือให้ในปริมาณน้อยๆ แต่ลากยาวเกือบทั้งวันตามแพทย์สั่ง
ข้อดี: อาหารจะค่อยๆ เข้าสู่ร่างกายทีละน้อย ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ไม่ต้องรับภาระหนัก ลดปัญหาเรื่องการท้องอืด อาเจียน หรือท้องเสียได้ดีมาก
ข้อควรระวัง: ถุงและสายอาหารหากทิ้งไว้นานเกินไปในอุณหภูมิห้อง (เกิน 2-4 ชั่วโมง) อาหารอาจบูดเสียและเพาะเชื้อโรคได้ง่าย ต้องหมั่นเช็กความสะอาด และตัวผู้สูงอายุอาจจะเคลื่อนไหวขยับตัวลำบากเล็กน้อยเพราะมีสายโยงอยู่ตลอดเวลาค่ะ
เหมาะสำหรับ: ผู้สูงอายุที่มีปัญหาระบบการย่อยบอบบาง ท้องอืดง่ายมากๆ ทนต่ออาหารปริมาณเยอะๆ ในมื้อเดียวไม่ได้ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสำลักสูงเป็นพิเศษ
💡 เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: การแบ่งตาม "ตำแหน่งของสายยาง"
นอกจากวิธีให้แล้ว ในฐานะผู้ดูแล คุณแม่ยากให้รู้จักชนิดของสายที่ตัวผู้สูงอายุด้วยค่ะ ซึ่งคุณหมอจะเป็นคนเลือกให้ตั้งแต่โรงพยาบาล:
สายสวนทางจมูก (NG-Tube): สายจะใส่ผ่านรูจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร วิธีนี้ดูแลไม่ยาก แต่อาจระคายเคืองจมูก และต้องเปลี่ยนสายบ่อยกว่า (ประมาณทุกๆ 1-2 เดือน)
สายเจาะผ่านหน้าท้อง (PEG-Tube): คุณหมอจะเจาะช่องเล็กๆ ที่หน้าท้องเพื่อใส่สายตรงเข้ากระเพาะอาหารเลย วิธีนี้ผู้สูงอายุจะสบายตัวกว่า ไม่รำคาญใบหน้า เหมาะกับการให้อาหารระยะยาว และทำความสะอาดรอบแผลได้ง่ายค่ะ
💕 คำแนะนำจากใจ
ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการให้อาหารแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ "การจัดท่าทาง" นะคะ ต้องให้ผู้สูงอายุนั่งพิงหรือหนุนศีรษะสูง 30-45 องศาเสมอ ทั้งในขณะให้และหลังให้เสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยจากการสำลักค่ะ